วันจันทร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

กลุ่ม10 พร้อมส่ง!!!!! งานทุกชิ้นแล้วค่ะ/ครับ





ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Blogger. กลุ่ม10
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่6/9


กลุ่ม10 พร้อมส่ง!!!!!





- กำเนิดสปีชีส์

- ปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงความถี่ของแอลลีน

- พันธุศาสตร์ประชากร


วันอาทิตย์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

นางสาววิราวัลย์ พระวงศ์

วันที่14 กุมภาพันธ์ 2555
       
           วันนี้ได้ศึกษาเกี่ยวกับแนวคิดเกี่ยวกับวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต โดยศึกษาแนวคิดเกี่ยวกับวิวัฒนาการของลามาร์ก ซึ่งแนวคิดของลามาร์กคือแนวคิดที่เรียกว่า กฎการใช้และไม่ใช่(Law of use and disuse)และอีกแนวคิดหนึ่งคือแนวคิดที่เรียกว่า กฎการถ่ายทอดลักษณะที่เกิดขึ้นมาใหม่ (Law of inheritance of acquired characteristic)
          แนวคิดเกี่ยวกับวิวัฒนาการการคัดเลือกโดยธรรมชาติของดาร์วิน  ซึ่งสรุปได้ดังนี้
        1.การคัดเลือกโดยธรรมชาติทำให้สิ่งมีชีวิตแต่ละตัวมีความสามารถในการอยู่รอด และมีความสามารถในการให้กำเนิดลูกหลานแตกต่างกัน
        2.การ คัดเลือกโดยธรรมชาติเกิดขึ้นจาดปฏิสัมพันธ์ระหว่างสิ่งแวดล้อมที่ประชากร อาศัยอยู่กับลักษณะความแปรผันทางพันธุกรรมของสมาชิกในประชากร
        3.ผลจากการคัดเลือกโดยธรรมชาติทำให้ประชากรมีการปรับตัวให้สามารถดำรงอยู่ได้ในสภาพแวดล้อมนั้น

นางสาววิราวัลย์ พระวงศ์

วันที่14 กุมภาพันธ์ 2555
       
           วันนี้ได้ศึกษาเกี่ยวกับแนวคิดเกี่ยวกับวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต โดยศึกษาแนวคิดเกี่ยวกับวิวัฒนาการของลามาร์ก ซึ่งแนวคิดของลามาร์กคือแนวคิดที่เรียกว่า กฎการใช้และไม่ใช่(Law of use and disuse)และอีกแนวคิดหนึ่งคือแนวคิดที่เรียกว่า กฎการถ่ายทอดลักษณะที่เกิดขึ้นมาใหม่ (Law of inheritance of acquired characteristic)
          แนวคิดเกี่ยวกับวิวัฒนาการการคัดเลือกโดยธรรมชาติของดาร์วิน  ซึ่งสรุปได้ดังนี้
        1.การคัดเลือกโดยธรรมชาติทำให้สิ่งมีชีวิตแต่ละตัวมีความสามารถในการอยู่รอด และมีความสามารถในการให้กำเนิดลูกหลานแตกต่างกัน
        2.การ คัดเลือกโดยธรรมชาติเกิดขึ้นจาดปฏิสัมพันธ์ระหว่างสิ่งแวดล้อมที่ประชากร อาศัยอยู่กับลักษณะความแปรผันทางพันธุกรรมของสมาชิกในประชากร
        3.ผลจากการคัดเลือกโดยธรรมชาติทำให้ประชากรมีการปรับตัวให้สามารถดำรงอยู่ได้ในสภาพแวดล้อมนั้น

วันพฤหัสบดีที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

พันธุศาสตร์ประชากร


 พันธุศาสตร์ประชากร



                ประชากร  หมายถึง กลุ่มของสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่รวมกันในพื้นที่หนึ่งๆ โดยสมาชิก

          ในประชากรของสิ่งมีชีวิตนั้นสามารถสืบพันธุ์ระหว่างกันได้และให้ลูกที่ไม่เป็นหมัน  

          ในประชากรหนึ่งๆจะประกอบด้วยสมาชิกที่มียีนควบคุมลักษณะต่างๆจำนวนมาก 
          ยีนทั้งหมดที่มีอยู่ในประชากรในช่วงเวลาหนึ่ง เรียกว่ายีนพูล (gene pool) ซึ่งประกอบ
          ด้วยแอลลีล (allele)ทุกแอลลีลจากทุกยีนของสมาชิกทุกตัวในประชากรนั้น

                    ดังนั้นพันธุศาสตร์ประชากร เป็นการศึกษาเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงความถี่ของยีน

             (gene  frequency) หรือการเปลี่ยนแปลงความถี่ของแอลลีล( allele frequency) 

             ที่เป็นองค์ ประกอบทางพันธุกรรมของประชากร และปัจจัยที่ทำให้ความถี่ของแอลลีลเปลี่ยนแปลง


          

             การหาความถี่ของแอลลีลในประชากร

   

                     สิ่งมีชีวิตที่เป็นดิพลอนด์ในแต่ละเซลล์มีจำนวนโครโมโซมเพียง 2 ชุด และแต่ละยีนจะมี 

             2 แอลลีล ดังนั้นถ้าเรารู้จำนวนจีโนไทป์แต่ละชนิดของประชากร เราจะสามารถหาความถี่
             ของจีโนไทป์ ( genotype  frequency) และความถี่ของแอลลีลในประชากรได้จากตัวอย่างดังนี้
             ในกลุ่มประชากรไม้ดอกชนิดหนึ่งที่ลักษณะสีดอกถูกควบคุมโดย ยีน 2 แอลลีล คือ R ควบคุม
             ลักษณะดอกสีแดงเป็นลักษณะเด่น และ  r  ควบคุมลักษณะดอกสีขาวซึ่งเป็นลักษณะด้อย
             ในประชากรไม้ดอก 1,000 ต้น มีดอกสีขาว 40 ต้น และดอกสีแดง 960 ต้น โดยกำหนดให้เป็น
             ดอกสีแดงที่มีจีโนไทป์ RR 640 ต้น และดอกสีแดงมีจีโนไทป์ Rr 320 ต้น ดังแสดงในภาพที่ 19-15 
                                             


https://docs.google.com/document/d/1GSpXk-l0a21Gaz1X5cdItUqCfTxQ8HQ9k2DdWCnI_Rc/edit

กำเนิดสปีชีส์

กำเนิดสปีชีส์


ความหมายของสปีชีส์
       1.1 สปีชีส์ทางด้านสัณฐานวิทยา
หมายถึง สิ่งมีชีวิตที่แตกต่างกันในลักษณะทางสัณฐานและโครงสร้างทางกายวิภาคของสิ่งมีชีวิต ใช้เป็นแนวคิด ในการศึกษาอนุกรมวิธาน
       1.2 สปีชีส์ทางด้านชีววิทยา
หมายถึง สิ่งมีชีวิตที่สามารถผสมพันธุ์กันได้ในธรรมชาติ ให้กำเนิดลูกที่ไม่เป็นหมันแต่ถ้าเป็นสิ่งมีชีวิตต่างสปีชีส์กัน ก็อาจให้กำเนิดลูกได้เช่นกันแต่เป็นหมัน
แนวคิดของสปีชีส์ทางด้านชีววิทยาโดยพิจารณาความสามารถในการผสมพันธุ์และให้กำเนิดลูกหลานที่ไม่เป็นหมัน ในธรรมชาติมีสิ่งมีชีวิตต่างสปีชีส์กันอยู่ด้วยกันจำนวนมาก

กลไกที่แบ่งแยกการสืบพันธุ์มีผลยับยั้งมิให้เกิดการผสมาจแบ่งได้เป็น 2 ระดับ คือพันธ์ข้ามสปีชีส์ อ
       1. กลไกแบ่งแยกระดับก่อนไซโกต (prezygotic isolating mechanism) เป็นกลไกป้องกันไม่ให้เกิดการปฏิสนธิ อันประกอบด้วยความแตกต่างในเรื่องต่อไปนี้
           1.1 ระยะเวลาผสมพันธุ์ หรือฤดูกาลผสมพันธุ์ที่ต่างกัน (temporal isolation)
           1.2 สภาพนิเวศวิทยาที่แตกต่างกัน (ecological isolation)           1.3 พฤติกรรมการผสมพันธุ์ที่แตกต่างกัน (behavioral isolation)
           1.4 โครงสร้างอวัยวะสืบพันธุ์ที่แตกต่างกัน (mechanical isolation)
           1.5 สรีรวิทยาของเซลล์สืบพันธุ์ที่แตกต่างกัน (genetic isolation)
       2. กลไกแบ่งแยกระยะหลังไซโกต (postzygotic isolating mechanism)
ถ้าหากในกรณีที่กลไกแบบแรกล้มเหลวยังสามารถควบคุมได้โดย
           2.1 ลูกที่ผสมได้ตายก่อนวัยเจริญพันธุ์



การเกิดสปีชีส์ใหม่จากการแบ่งแยกทางภูมิศาสตร์
               กลไกการเกิดสปีชีส์ใหม่ลักษณะนี้ เกิดจากประชากรดั้งเดิมในรุ่นบรรพบุรุษที่เคยอาศัยอยู่ในพื้นที่เดียวกัน
เมื่อมีอุปสรรคมาขวางกั้น เช่น ภูเขา แม่น้ำ ทะเล เป็นต้น ทำให้ประชากรในรุ่นบรรพบุรุษที่เคยอาศัยอยู่ในพื้นที่เดียวกัน  เกิดการแบ่งแยก
ออกจากกันเป็นประชากรย่อยๆและไม่ค่อยมีการถ่ายเทเคลื่อนย้ายยีนระหว่างกัน ประกอบกับประชากรแต่ละแห่งต่างก็มีการปรับเปลี่ยน
องค์ประกอบทางพันธุกรรมไปตามทิศทางการคัดเลือกโดยธรรมชาติจนกระทั่งเกิดเป็นสปีชีส์ใหม่
               การเกิดสปีชีส์ใหม่ในลักษณะแบบนี้เป็นกระบวนการค่อยเป็นค่อยไป อาจใช้เวลานานนับเป็นพัน ๆ หรือล้าน ๆ รุ่น
เช่น กระรอก 2 สปีชีส์ในรัฐอริโซนา ประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกันมาก แต่พบว่าอาศัยอยู่บริเวณขอบเหว
แต่ละด้านของแกรนด์แคนยอนซึ่งเป็นหุบผาที่ลึกและกว้าง นักชีววิทยาเชื่อกันว่ากระรอก 2 สปีชีส์นี้เคยอยู่ในสปีชีส์เดียวกันมาก่อน
ที่จะเกิดการแยกของแผ่นดินขึ้น

                               
การเกิดสปีชีส์ใหม่ในเขตภูมิศาสตร์เดียวกัน
              เป็นการเกิดสปีชีส์ใหม่ในถิ่นอาศัยเดียวกับบรรพบุรุษ โดยมีกลไกมาป้องกันทำให้ไม่สามารถผสมพันธุ์กันได้
แม้ว่าจะอยู่ในพื้นที่เดียวกันก็ตาม
              การเกิดสปีชีส์ใหม่ลักษณะนี้เห็นได้ชัดเจนในวิวัฒนาการของพืช เช่น การเกิดพอลิพลอยดีของพืชในการเพิ่มจำนวนชุด
ของโครโมโซม       

                            พอลิพลอยดีเกิดจากความผิดปกติของกระบวนการแบ่งเซลล์แบบไมโอซิสในการสร้างเซลล์สืบพันธุ์ ทำให้เซลล์สืบพันธุ์
มีจำนวนโครโมโซม 2 ชุด (2 n) เมื่อเซลล์สืบพันธุ์นี้เกิดการปฏิสนธิจะได้ไซโกตที่มีจำนวนโครโมโซมมากกว่า 2 ชุด
เช่น มีโครโมโซม 3 ชุด (3 n) หรือมีโครโมโซม 4 ชุด (4 n) เป็นต้น การเกิดพอลิพลอยดีอาจเกิดจากสิ่งมีชีวิตสปีชีส์เดียวกัน
หรือสิ่งมีชีวิตต่างสปีชีส์กัน
          

ตัวอย่างการเกิดพอลิพลอยดีของสิ่งมีชีวิตต่างสปีชีส์กัน คือ การทดลองของคาร์ปิเชงโก (Karpechengo)      

              คาร์ปิเชงโกนักพันธุศาสตร์ขาวรัสเซียซึ่งได้ผสมพันธุ์ผักกาดแดง ซึ่งมีจำนวนโครโมโซม18 โครโมโซม (2 n = 18)
กับกระหล่ำปลีซึ่งมีจำนวนโครโมโซม 18 โครโมโซม (2 n = 18) เท่ากัน พบว่าลูกผสมที่เกิดขึ้นในรุ่น F1 มีขนาดแข็งแรง
แต่ไม่สามารถผสมพันธุ์ต่อไปได้ แต่ลูกผสมในรุ่น F1 บางต้นสามารถผสมพันธุ์กันและได้ลูกผสมในรุ่น F2 ซึ่งมีโอกาสเกิดได้น้อยมาก
เมื่อนำลูกผสมในรุ่น F2 มาตรวจดูโครโมโซมพบว่ามีจำนวนโครโมโซม 36 โครโมโซม (2n = 36) และไม่เป็นหมัน
               ถึงแม้ว่าการเกิดสปีชีส์ใหม่แบบพอลิพลอยดีในสัตว์จะพบได้น้อยกว่าในพืช แต่ก็สามารถเกิดขึ้นได้
อย่างไรก็ตามยังมีกลไกอื่นอีกที่สามารถทำให้สัตว์เกิดสปีชีส์ใหม่ แม้ว่าจะยังคงอาศัยอยู่ในพื้นที่เดียวกับบรรพบุรุษ เช่น
การเปลี่ยนแปลงยีนเพียงไม่กี่ยีนในตัวต่อซึ่งเป็นแมลงช่วยในการผสมเกสรของพืชพวกมะเดื่อ ทำให้ตัวต่อที่มียีนเปลี่ยนแปลง
เลือกไปอาศัยอยู่ในต้นมะเดื่อสปีชีส์ใหม่ทำให้ไม่มีโอกาสได้พบและผสมกับตัวต่อประชากรเดิม แต่จะได้พบและผสมกับตัวต่อ
ที่มียีนเปลี่ยนแปลงเหมือนกัน จนกระทั่งเกิดตัวต่อ 2 สปีชีส์ที่อาศัยอยู่ในบริเวณเดียวกันในที่สุด





https://docs.google.com/document/d/1hOOznyWsuuqAfrew6Z7WXu2JFhMRkAEX9exFxfpGvHM/edit

แนวคิดเกี่ยวกับวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต


แนวคิดเกี่ยวกับวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต




จากการเกิดวิวัฒนาการสิ่งมีชีวิตบนโลกนี้เกิดขึ้นจริง โดยการเปลี่ยนแปลงวิวัฒนาการเป็นอย่างไร
นั้นมีนักวิทยาศาสตร์หลายท่านที่ได้ให้แนวความคิดต่างๆที่เกี่ยวกับวิวัฒนาการไว้ ดังนี้

  • แนวคิดเกี่ยวกับวิวัฒนาการของลามาร์ก



เขาเชื่อว่า "สิ่งมีชีวิตมีการเลี่ยนแปลงโครงสร้างทางร่างกาย เพื่อปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงนี้สามารถถ่ายทอดไปยังรุ่นลูกรุ่นหลาน ต่อไปได้" และเขายังได้ให้เหตุผลว่า "การถ่ายทอดลักษณะที่เกิดขึ้นใหม่นี้เป็นกลไกทำให้สิ่งมีชีวิตมีการเปลี่ยนแปลงวิวัฒนาการ ที่มีความซับซ้อนเพิ่มขึ้น"

      แนวความคิดเกี่ยวกับวิวัฒนาการของลามาร์ก ได้ 2 ข้อคือ
  1. กฏการใช้และไม่ใช้ มีใจความว่า "โครงสร้างของร่างกายของสิ่งมีชีวิต มีการเปลี่ยนแปลงไปตามการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อม โดยอวัยวะใกที่ถูกใช้เสมอจะเจริญขึ้น อวัยวะใดที่ไม่ได้ใช้จะค่อยๆ หดหายไป หรือเสื่อมสภาพไป"
  1. กฎการถ่ายทอดลักษณะที่เกิดขึ้นใหม่ มีใจความว่า "ลักษณะหรือโครงสร้างของร่างกายที่สร้างขึ้นมาใหม่หรือสูญเสียไปเนื่องจากการปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม ลักษณะเหล่านี้สามารถถ่ายทอดไปยังลูกหลานได้"

      แต่ในปัจจุบันยังไม่สามรถหาข้อมูลสนับสนุนแนวความคิดทั้งเรื่อง กฎการถ่ายทอดลักษณะที่เกิดขึ้นใหม่ ได้ ถ้าลักษณะนั้นไม่ได้เกิดจากcellสืบพันธุ์
  • แนวคิดเกี่ยวกับวิวัฒนาการการคัดเลือกโดยธรรมชาติของดาร์วิน

     จากแนวคิดของดาร์วินสามารถสรุปได้ดังนี้
  1. การสืบพันธุ์ทำให้สิ่งมีชีวิตมีลูกจำนวนมาก แต่เหลือรอดได้จนถึงระยะโตเต็มวัยนั้นมีจำนวนน้อย ทำให้สิ่งมีชีวิตในแต่ละรุ่นมีจำนวนเกือบคงที่
  2. ลูกที่เกิดมามีความแตกต่างแปรผันของลักษณะทำให้ได้ลูกที่มีความแตกต่างกัน
  3. สิ่งมีชีวิตมีการต่อสู้และปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมเพื่อความอยู่รอดในการดำรงชีวิต
  4. สิ่งมีชีวิตที่มีความแปรผันของลักษณะเหมาะสมกับสิ่งแวดล้อมจะสามรถอยู่รอดได้ และถ่ายทอดลักษณะที่เหมาะสมนั้นไปยังรุ่นต่อๆไป
  5. ระยะเวลาที่ยาวนานในช่วงต่อๆมาทำให้เกิดความแปรผันแตกต่างกันในสปีชีส์เดียวกันมีมากขึ้นจนเกิดเป็นสปีชีส์ใหม่





ปัจจัยที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงของแอลลีล




การคัดเลือกโดยธรรมชาติ
       2. การผ่าเหล่า (mutation) และการแปรผันทางพันธุกรรม
       3. การอพยพและการเคลื่อนย้ายประชากร
       4. ขนาดของประชากร
       5. รูปแบบของการผสมพันธุ์

1. การคัดเลือกโดยธรรมชาติ
       ในสิ่งมีชีวิตทุกชนิด ความสามารถในการสืบพันธุ์จะเพิ่มจํานวนได้สูงมาก หากไม่มีปัจจัย
ที่จํากัดการเพิ่มจํานวนแล้ว สิ่งมีชีวิตทั้งหลายคงจะล้นโลกแต่ตามที่เป็นจริง 
จํานวนของสิ่งมีชีวิตค่อนข้างจะคงที่ เนื่องจากกระบวนการคัดเลือกโดยธรรมชาติ (natural selection)
ซึ่งอาศัยหลักเกณฑ์พื้นฐานว่าจะไม่มีลักษณะทางกรรมพันธุ์ชุดเดียวที่เหมาะสม
ต่อสภาพความเป็นอยู่ ของสิ่งมีชีวิตในแต่ละแหล่งที่อยู่อาศัย ฉะนั้นการคัดเลือกโดยธรรมชาติ
จึงต้องมีปัจจัยสําคัญ คือ ความสามารถในการสืบพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตเพื่อการถ่ายทอดลักษณะแตกต่าง
ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ และสิ่งมีชีวิตนั้นต้องอยู่ใต้อิทธิพลของสิ่งแวดล้อมผลของการคัดเลือกโดยธรรมชาติ
จะได้สิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะสปีชีส์เดียวกันที่มีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดทางกรรมพันธุ์
ซึ่งเรียกว่าโพลีมอร์ฟิซึม(polymorphism)
      ตัวอย่างเช่น  สีและลวดลายบนเปลือกหอย :หอยชนิด Cepaea memorials เปลือกมีสีเหลือง
นํ้าตาลชมพู ส้มแดง และยังมีชนิดที่มีลวดลาย
เป็นเส้นพาดไปตามเปลือก จากการศึกษาพบว่าในแหล่งที่อยู่ที่มีลักษณะเรียบๆ
เช่น บริเวณโคลนตมหรือทรายจะพบหอที่มีลักษณะเปลือกเป็น
สีเรียบๆมากกว่าลักษณะอื่นๆส่วนในป่าหญ้าจะพบว่ามีหอยที่เปลือกลายมากกว่าลักษณะอื่น
แต่ในที่บางแห่งก็พบ หอยทั้งเปลือกมีลาย และหอยเปลือกสีเรียบอยู่ในที่เดียวกันซึ่งพบว่า
หอยเปลือกสีเรียบมีความทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิได้ดีกว่าหอยเปลือกลาย 
ดังนั้นนอกจากความสัมพันธ์ของเหยื่อและผู้ล่าแล้ว ยังน่าจะเกี่ยวข้องกับการปรับตัวทางสรีระอีกด้วย






2. การผ่าเหล่า (mutation) และการแปรผันทางพันธุกรรม
       การผ่าเหล่า (mutation) เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตการผ่าเหล่า
หรือมิวเทชันมีทั้งที่เกิดกับเซลล์ร่างกายซึ่งเรียกว่าโซมาติคมิวเทชัน (somatic mutation)
และที่เกิดกับเซลล์สืบพันธุ์เรียกว่าแกมีติคมิวเทชัน (gametic mutation) มิวเทชันที่มีผล
ต่อขบวนการวิวัฒนาการมาก คือ มิวเทชันที่เกิดกับเซลล์สืบพันธุ์ เนื่องจากสามารถถ่ายทอด
ไปสู่รุ่นต่อๆไปได้ มิวเทชันทําให้เกิดการแปรผันทางพันธุกรรม นอกจากนั้นในกระบวนการ
สืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ จะมีการแบ่งเซลล์ด้วยวิธีไมโอซิสเพื่อสร้างเซลล์สืบพันธุ์ ในกระบวนการ
ไมโอซิสจะมีครอสซิงโอเวอร์ (crossing over) โดยมีการแลกเปลี่ยนชิ้นส่วนของโฮโมโลกัส
โครโมโซมซึ่งมีผลทําให้อัลลีลของยีนเกิดการเปลี่ยนตําแหน่งได้รวมทั้งการรวมกลุ่มกันอย่าง
อิสระของโครโมโซม ที่แยกตัวจากคู่ของมันแล้วเป็นผลให้ยีนต่างๆ ได้ รวมกลุ่มกันใหม่
ในแต่ละรุ่น ดังนั้น การสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศจึงช่วยให้ยีนต่างๆ ทั้งเก่าและใหม่ได้มีโอกาส
รวมกลุ่มกัน (gene recombination) ในรูปแบบต่างๆ ทั้งขบวนการมิวเทชันและขบวนการ
สืบพันธุ์แบบอาศัยเพศเป็นสาเหตุที่ทําให้สิ่งมีชีวิตเกิดความแปรผันทางพันธุกรรมอย่างมากมาย


3.การอพยพของสมาชิกในประชากร
       สิ่งมีชีวิตบางชนิดมีการอพยพเข้าหรือออกของสมาชิก ส่งผลให้ มีการหมุนเวียนพันธุกรรม
หรือที่เรียกว่าการไหลของยีน (gene flow) เกิดขึ้นระหว่างประชากรย่อยๆ ซึ่งการอพยพจะทํา
ให้สัดส่วนของอัลลีลเปลี่ยนแปลงไป ในประชากรที่มีขนาดใหญ่มากๆ การอพยพเข้าหรือ
อพยพออกของสมาชิกอาจจะเกือบไม่มีผลต่อสัดส่วนของยีนในกลุ่มประชากรเลย แต่ถ้า
ประชากรมีขนาดเล็ก เมื่อมีสมาชิกอพยพออกไปทําให้กลุ่มประชากรสูญเสียยีนบางส่วน
ทําให้มีโอกาสในการถ่ายทอดหรือแลกเปลี่ยนยีนกับกลุ่มยีนนั้นน้อยลงไป หรือไม่มีโอกาส
เลยในทางกลับกัน การอพยพเข้าของประชากรในกลุ่มประชากรขนาดเล็ก จะทําให้เกิด
การเพิ่มพูนบางส่วน หรือบางยีนใหม่เข้ามาในประชากร มีผลทําให้เกิดความแปรผันทาง
พันธุกรรมของประชากร


4.ขนาดของประชากร
       
การเปลี่ยนแปลงขนาดของประชากร มีบทบาทสําคัญต่อการเปลี่ยนแปลงความถี่ยีน
และโครงสร้างของยีนพูล (gene pool) ซึ่งเกิดจากโอกาส หรือความบังเอิญ หรือจาก
ภัยธรรมชาติ ประะชากรที่มีขนาดใหญ่และมีการผสมพันธุ์แบบสุ่มจะไม่พบว่ามีการ
เปลี่ยนแปลงความถี่ของยีนมากมายอย่างมีนัยสําคัญ แต่ถ้าเป็นประชากรขนาดเล็ก
จะมีผลอย่างมาก การเปลี่ยนแปลงผกผันทางพันธุกรรมอย่างฉับพลันอย่างไม่มีทิศทาง
แน่นอน หรือการเปลี่ยนแปลงความถี่ของยีนอย่างฉับพลันโดยเหตุบังเอิญตามธรรมชาติ
ที่เกิดขึ้นแบบสุ่ม ไม่สามารถคาดการณ์ทิศทางการเปลี่ยนแปลงความถี่ของยีนได้แน่
นอนเช่นนี้เรียกว่าเจเนติกดริฟต์(geneticdrift)เป็นกลไกที่สําคัญอย่างหนึ่งที่ทําให้ความถี่ของยีน
มีการเบี่ยงเบนจนเกิดการเปลี่ยนแปลงความถี่ของยีน 




https://docs.google.com/document/d/1zVcMEwfqJXsv2nDlSPWCD4MWgvVAt0o9PHgBQMCuCOQ/edit

วันอังคารที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

นางสาววิราวัลย์ พระวงศ์

วันที่13 กุมภาพันธ์  2555


หลักฐานทางด้านชีววิทยาระดับโมเลกุล
- บอกว่าสิ่งที่มีจำนวนกรดอะมิโน ใกล้เคียงกันน่าจะมีวิวัฒนาการมาจากบรรพบุรุษเดียวกัน
-เป็นการเปรียบเทียบจำนวนกรดอะมิโนหรือลำดับเบสในสาย Polypeptide ของสิ่งมีชีวิตกลุ่มต่างๆ


วันที่14 กุมภาพันธ์ 2555
       
           วันนี้ได้ศึกษาเกี่ยวกับแนวคิดเกี่ยวกับวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต โดยศึกษาแนวคิดเกี่ยวกับวิวัฒนาการของลามาร์ก ซึ่งแนวคิดของลามาร์กคือแนวคิดที่เรียกว่า กฎการใช้และไม่ใช่(Law of use and disuse)และอีกแนวคิดหนึ่งคือแนวคิดที่เรียกว่า กฎการถ่ายทอดลักษณะที่เกิดขึ้นมาใหม่ (Law of inheritance of acquired characteristic)
          แนวคิดเกี่ยวกับวิวัฒนาการการคัดเลือกโดยธรรมชาติของดาร์วิน  ซึ่งสรุปได้ดังนี้
        1.การคัดเลือกโดยธรรมชาติทำให้สิ่งมีชีวิตแต่ละตัวมีความสามารถในการอยู่รอด และมีความสามารถในการให้กำเนิดลูกหลานแตกต่างกัน
        2.การ คัดเลือกโดยธรรมชาติเกิดขึ้นจาดปฏิสัมพันธ์ระหว่างสิ่งแวดล้อมที่ประชากร อาศัยอยู่กับลักษณะความแปรผันทางพันธุกรรมของสมาชิกในประชากร
        3.ผลจากการคัดเลือกโดยธรรมชาติทำให้ประชากรมีการปรับตัวให้สามารถดำรงอยู่ได้ในสภาพแวดล้อมนั้น

บันทึกของ นางสาวศริพร บางประอินทร์

บันทึกของ นางสาวศริพร บางประอินทร์
วันที่21/02/2555


ซากดึกดำบรรพ์จะพบมากในหินชั้นหรือหินตะกอน นักวิทยาศาสตร์สามารถคำนวณอายุของซากดึกดำบรรพ์ได้จากอายุของชั้นหิน ซากดึกดำบรรพ์ที่พบในหินชั้นล่างย่อมมีอายุมากกว่าซากที่พบในหินชั้นบน และเมื่อพิจารณาถึงโครงสร้างแล้วซากดึกดำบรรพ์ในหินชั้นบนจะมีความซับซ้อนและมีโครงสร้างที่ใกล้เคียงกับสิ่งมีชีวิตในปัจจุบันมากกว่า

วิวัฒนาการ(Evolution)






วิวัฒนาการ  (Evolution)
กลุ่ม10 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่6/9






วันจันทร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

หลักฐานสนับสนุนวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต



 โดยปกติเมื่อสิ่งมีชีวิตไม่ว่าจะเป็นพืชหรือสัตว์ตายลงก็มักจะถูกย่อยสลายให้เน่าเปื่อยผุพังลงจนไม่มีซากเหลืออยู่ แต่สำหรับบางสภาวะที่ป้องกันการเปลี่ยนแปลงของซากสิ่งมีชีวิตได้ดี เช่น การอยู่ในน้ำแข็ง การอยู่ในยางไม้ (อำพัน) หรือการฝังตัวอยู่ในดินโคลนจนกลายเป็นหินจะทำให้สิ่งมีชีวิตที่ตายลงยังคงเหลือให้เห็นเป็นซากดึกดำบรรพ์ (fossil) ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญที่ทำให้เราทราบว่าเคยมีสิ่งมีชีวิตมากมายที่เกิดขึ้นในอดีต หลายชนิดสูญพันธุ์ไปแล้ว เช่น ไดโนเสาร์ และส่วนใหญ่ที่มีชีวิตอยู่ก็มีสัณฐานเปลี่ยนแปลงไป
          ซากดึกดำบรรพ์จะพบมากในหินชั้นหรือหินตะกอน นักวิทยาศาสตร์สามารถคำนวณอายุของซากดึกดำบรรพ์ได้จากอายุของชั้นหิน ซากดึกดำบรรพ์ที่พบในหินชั้นล่างย่อมมีอายุมากกว่าซากที่พบในหินชั้นบน และเมื่อพิจารณาถึงโครงสร้างแล้วซากดึกดำบรรพ์ในหินชั้นบนจะมีความซับซ้อนและมีโครงสร้างที่ใกล้เคียงกับสิ่งมีชีวิตในปัจจุบันมากกว่า





เปรียบเทียบความคล้ายคลึงกันของโครงสร้าง

 สิ่งมีชีวิตบางชนิดเมื่อเราดูจากลักษณะภายนอกจะเห็นว่ามีลักษณะต่างกัน แต่เมื่อพิจารณาถึงโครงสร้างรยางค์คู่หน้าจะพบว่ามีลักษณะที่คล้ายคลึงกัน การที่สิ่งมีชีวิตมีโครงสร้างของอวัยวะบางอย่างคล้ายคลึงกันแม้ว่าจะทำหน้าที่แตกต่างกันก็ตาม เช่น แขนคน ขาแมว รยางค์คู่หน้าของวาฬ และปีกค้างคาว เราเรียกโครงสร้างลักษณะนี้ว่า ฮอมอโลกัส (homologous structure) ความคล้ายคลึงกันของโครงสร้างลักษณะนี้เป็นหลักฐานที่สนับสนุนว่าสิ่งมีชีวิตนั้นๆมีวิวัฒนาการมาจากบรรพบุรุษเดียวกัน






เปรียบเทียบการเจริญเติบโตของเอ็มบริโอ

การเจริญเติบโตของเอ็มบริโอของสัตว์มีกระดูกสันหลังชนิดต่างๆจะพบความคล้ายคลึงกันในส่วนของการมีช่องเหงือกและหาง จนเมื่อสัตว์มีกระดูกสันหลังแต่ละชนิดเติบโตเป็นตัวเต็มวัยลักษณะของการมีช่องเหงือกยังคงอยู่ในสัตว์บางชนิดเช่น ปลาและซาลามานเดอร์ แต่ไม่คงอยู่ในสัตว์มีกระดูกสันหลังชนิดอื่น ทั้งนี้เพราะเกิดการปรับเปลี่ยนรูปร่างไปให้เหมาะสมต่อการดำรงชีวิตนั่นเอง ซึ่งลักษณะที่คล้ายคลึงกันในระหว่างการเจริญเติบโตของเอ็มบริโออาจบ่งชี้ถึงการวิวัฒนาการมาจากบรรพบุรุษร่วมกันได้





ข้อมูลสนับสนุนทางชีวภูมิศาสตร์

ภูมิศาสตร์ต่างๆบนโลกของเราจะมีความแตกต่างกัน ส่งผลให้มีการกระจายพันธุ์พืชและสัตว์หลากหลายสปีชีส์ออกไปตามที่ต่างๆขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมนั้นๆ เรามักคิดว่าในสิ่งแวดล้อมที่มีความคล้ายกันนั้น กลุ่มสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่น่าจะมีความคล้ายคลึงกันด้วย แต่ในความเป็นจริงกลับพบว่าในสภาพแวดล้อมเดียวกันสิ่งมีชีวิตจะมีลักษณะแตกต่างกัน




 หลักฐานทางชีววิทยาระดับโมเลกุล

สิ่งมีชีวิตพื้นฐานทุกชนิดมีดีเอ็นเอเป็นสารพันธุกรรม (ยกเว้นไวรัสบางชนิด) ความเหมือนหรือความแตกต่างของลำดับเบสในดีเอ็นเอของสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดสามารถใช้บ่งชี้ถึงความใกล้ชิดกันทางวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตได้ กล่าวคือสิ่งมีชีวิตที่มีความใกล้ชิดกันเชิงวิวัฒนาการจะมีความเหมือนกันของดีเอ็นเอมากกว่าสิ่งมีชีวิตกลุ่มอื่น และเนื่องจากโปรตีนเป็นผลิตภัณฑ์จากรหัสของดีเอ็นเอ ดังนั้นจึงอาจใช้การศึกษาเปรียบเทียบความต่างของโปรตีนในการเปรียบเทียบความต่างของยีนในสิ่งมีชีวิตเพื่อศึกษาวิวัฒนาการได้เช่นกัน



หลักฐานทางกายวิภาคเปรียบเทียบ

บันทึกผลงาน นายสิทธิศักดิ์ แก้วกงพาน
วันที่ 20/02/2555

หลักฐานทางกายวิภาคเปรียบเทียบ
เป็นการศึกษาเปรียบเทียบโครงสร้างอวัยวะภายใน สัตว์ชนิดต่างๆ
อวัยวะภายนอกอาจรูปร่างไม่เหมือนกัน หน้าที่ต่างกัน แต่โครงสร้างภายในเหมือนกัน
เช่น การเรียงตัวของโครงสร้างเหมือนกัน และมีแหล่งกำเนิดอวัยวะจากกลุ่มเซลล์ชนิดเดียวกัน
ซึ่งเป็นข้อสนับสนุนอีกข้อหนึ่งว่า สิ่งมีชีวิตมีบรรพบุรุษเดียวกัน

หลักฐานการเจริญของ embryo

บันทึกผลงาน นางสาวปรารถนา จันทร์ชมภู
บันทึกเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2555

วันนี้ได้รวบรวมเนื้อหา เกี่ยวกับหัวข้อที่ตนเองได้รับมอบหมาย คือ 'หลักฐานการเจริญของ embryo'

หลักฐานการเจริญของ embryo บอกถึงสัตว์มีกระดูกสันหลัง ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน
คือขณะเป็นตัวอ่อนจะมีช่องเหงือก คาดว่าจะมาจากวิวัฒนาการบรรพบุรุษร่วมกัน
- ที่มีลักษณะเปลี่ยนแปลงไปบ้าง เพราะเกิดจากการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อม เพื่อดำรงชีวิตให้อยู่รอด

วันอังคารที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

นางสาวชัญมน วิวัน

13/02/2555
ได้เรียนเกี่่ยวกับหลักฐานต่างๆที่แสดงให้เห็นถึง วิวัฒนาการ


หลักฐานทางชีวภูมิศาสตร์

สภาพแวดล้อมต่างๆ บนโลก ล้วนมีความแตกต่างกัน ส่งผลให้มีการกระจายพันธุ์พืชและสัตว์ที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมนั้นๆ เช่น นกฟินช์ในหมู่เกาะกาลาปากอส
คล้ายกันกับนกฟินช์ที่อยู่บนทวีปอเมริกาใต้ อาจเป็นไปได้ว่าบรรพบุรุษนกฟินช์อาจอพยพและแพร่กระจายจากทวีปอเมริกาใต้ มาอยู่บนหมู่เกาะกาลาปากอส
และเมื่อเวลาผ่านไปทำให้เกิดนกฟินช์หลายสปีชีส์ที่มีลักษณะเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมที่อาศัยอยู่  จากข้อมูลเหล่านี้สนับสนุนว่าในอดีตแผ่นดินอาจต่อเนื่องเป็นผืนเดียวกัน
และแยกจากกันในเวลาต่อมา ซึ่งข้อมูลทางชีวภูมิศาสตร์จึงถือเป็นข้อมูลสนับสนุนหนึ่งที่บ่งชี้และช่วยให้เราเข้าใจวิวัฒนาการได้มากขึ้น


14/02/2555


ได้สืบค้นข้อมูลในเรื่อง แนวคิดที่เกี่ยวกับวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตของลามาร์ และดาร์วิน ทำให้หนูได้รู้จักเรื่อง"กฎการใช้และไม่ใช้"ว่ามันมีความหมายว่าอย่างไรและสามรถถ่ายทอดต่อไปยังรุ่นลูกหลานได้หรือไม่  การถ่ายทอดลักษณะที่เกิดขึ้นใหม่สามารถถ่ายทอดไปสู่รุ่นลูกหลานได้หรือไม่ คำตอบก็คือไม่นั่นเองค่ะ และในแนวคิดของดาร์วินทำให้ได้รู้จักถึงเรื่อง ทฤษฎีการคัดเลือกตามธรรมชาติ ว่ามีหลักการอย่างไรบ้าง


วันศุกร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

เมท


ชื่อ สิทธิศักดิ์ แก้วกงพาน
ชื่อเล่น เมท
เกิด วันเสาร์ ที่31 ธันวาคม พ.ศ.2536
อายุ 18 ปี
ที่อยู่ 35 หมู่3 บ้านสิบเก้าโป่ง ตำบลโนนม่วง อำเภอศรีบุญเรือง จังหวัดหนองบัวลำภู 39180
โทร. 087-2196968
E-mail. aomasy@hotmail.com
Facebook. สิทธิศักดิ์ แก้วกงพาน

วันพฤหัสบดีที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ขำ


ชื่อ วิราวัลย์ พระวงศ์
ชื่อเล่น ขำ
เกิด วันจันทร์ ที่8 มีนาคม พ.ศ.2536
อายุ 18 ปี
ที่อยู่ 157/1 หมู่2 บ้านเหล่าทอง ตำบลหนองบัว อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู 39000
โทร. 087-2121816
E-mail. Wirawan75@hotmail.com
Facebook. วิราวัลย์ พระวงศ์.

นุ่น


ชื่่อ นางสาวปรารถนา จันทร์ชมภู
ชื่อเล่น นุ่น
เกิด วันอาทิตย์ ที่13 มิถุนายน 2536
ที่อยู่ 172/1 หมู่9 บ้านหาดสวรรค์ อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู 39000
E-mail. prattana_mednun_1313@hotmail.com
Facebook. Nnoon Janchomphu.

ป๊อป

ชื่อ ศิริพร บางประอินทร์
ชื่อเล่น ป๊อป
เกิดวันศุกร์ ที่22 มกรกฎาคม พ.ศ.2537
อายุ 17 ปี
ที่อยู่184 หมู่9 บ้านท่าเดื่อ ตำบลหนองบัว อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู 39000
โทร. 086-0847204
E-mail. poppy_smilez@hotmail.com
Facebook. Siriporn Bangpra-in

ใหม่


ชื่อ นางสาวชัญมน วิวัน
ชื่อเล่น ใหม่
เกิด วันจันทร์ ที่3 มกราคม พ.ศ.2537
อายุ 18 ปี
ที่อยู่ 215 หมู่4 บ้านโคกสวรรค์ ตำบลหนองหว้า อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู 39000
โทร. 080-1855267
E-mail. Maiza_4ever@hotmail.com
Facebook. Chanyamon Wiwan